เครื่องรางของขลัง คือสิ่งที่มนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณ มีความเชื่อว่าเมื่อพกติดตัวแล้ว จะสามารถให้ความคุ้มครองจากภัยอันตรายที่เกิดจากธรรมชาติ หรือ คุ้มครองให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ,อุบัติเหตุ ,สัตว์ร้าย , การศึกสงคราม และสามารถนำมาซึ่งโชคดี เสน่ห์ ,เมตตามหานิยม ,ทำให้ชีวิตมีความสำเร็จ ความราบรื่น ความร่ำรวย และความเจริญรุ่งเรือง ตลอดจน ให้มีผู้หลักผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ. เครื่องรางของขลังจึงเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในแทบจะทุกความเชื่อ ,ศาสนา และ วัฒนธรรม . ดังที่มีการพบเครื่องรางของขลังอยู่ในอารยธรรมใหญ่ ๆ ของโลกทั้งจีน ,อินเดีย,อียิปต์,กรีก,โรมัน,อินคา,อินเดียนแดง เป็นต้น . เครื่องรางของขลัง มีทั้งได้จากสิ่งที่หาได้ยากในธรรมชาติ เช่น คดงาช้าง,เพชรตาแมว,กำจัดกำจาย,เหล็กไหล,ไข่มุกราตรี,ว่านต่าง ๆ และทั้งที่ได้จากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ผ่านการคัดเลือกวัสดุตั้งต้น และพิธีกรรม หรือ การสวดมนต์ หรือเข้าทรง เพื่อจะทำการประจุพลังอำนาจพิเศษของเทพเจ้า หรือ พุทธคุณเข้าไปในเครื่องรางของขลังนั้น . โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอารยธรรมหรือในยุคสมัยใดที่อยู่ในช่วงของการศึกสงคราม ก็จะเป็นยุคที่เครื่องรางของขลังมีความเฟื่องฟูแพร่หลายเป็นที่สุด เพราะการสร้างเครื่องราง ใด ๆก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้ ผู้ที่จะทำการสร้างเครื่องราง จะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจจิตกล้าแข็ง หรือมีคุณวิเศษ หรือสำเร็จฌาณสมาบัติในระดับหนึ่งแล้ว จึงจะสามารถสร้างเครื่องรางให้มีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถคุ้มครอง หรือสำเร็จประโยชน์แก่ผู้พกพาได้ตามต้องการ. ทั้งในการสร้างก็จะต้องมีการกำหนดฤกษ์ยามที่จะสร้าง และ พิธีกรรม และ วิธีกรรม ตลอดจนการทดสอบเมื่อทำเสร็จ ว่า มีความศักดิ์สิทธิ์จริง .
ตาม (คัมภีร์ไสยศาสตร์ฉบับสมบูรณ์ โดย อาจารย์ญาณโชติ) ได้กล่าวไว้ว่า " การลงอักขระเลขยันต์ในสิ่งของต่าง ๆ ได้แก่ แผ่นเงิน ,ทอง ,นาค,ทองแดง,ตะกั่ว,ผ้าขาว,ผ้าแดง,กระดาษ,ใบลาน โดยบรรจุพลังเวทย์มนต์คาถาลงไว้ให้มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นศิริมงคล และ ป้องกันอันตราย เรียกว่า เครื่องรางของขลัง ซึ่งมี ตะกรุด ,พิศมร ,มงคล,ผ้าประเจียด,พิรอด,ลูกสกด,เบี้ยแก้ ,มีดหมอ ,กฤช,สีผึ้ง เป็นต้น
การพกพาเครื่องราง มีวิธีในการพกพาเครื่องรางได้หลายวิธี เครื่องรางบางชนิด ใช้สำหรับคาด หรือ สวม หรือ พก ไว้ภายนอกร่างกาย เช่น ตะกรุด ,เบี้ยแก้,มีดหมอ,พิรอด. เครื่องราง บางชนิดก็ใช้ฝังเข้าไปในร่างกายเลย เช่น เข็มทอง ,เหล็กไหล ,ตะกรุดทอง . เครื่องราง บางชนิดก็ใช้อมในปาก เช่น ลูกอม ,ตะกรุดลูกอม ,พระเครื่องเป็นต้น.
เบญจภาคีเครื่องรางของขลัง
1. ตะกรุดมหาโสฬสมงคล หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
2. เบี้ยเเก้ หลวงปู่รอด วัดนายโรง
3. ปลัดขิก หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก
4. เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย (คลองด่าน)
5. หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน
๙ เครื่องรางของขลังอันทรงคุณค่าเลื่องลือมาแต่โบราณ
" หมากดีที่วัดหนัง ถ้าเบี้ยขลังวัดนายโรง ไม้ครูอยู่คู่วัดอินทร์ ส่วนมีดบินวัดหนองโพธิ์ พิสมรวัดพวงมาลัย ครั่งเหลือร้ายวัดโตนดหลวง ราหูคู่วัดศรีษะฯ เเหวนอักขระวัดหนองบัว ลูกเเร่ที่วัดบางไผ่ ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปาน เก้าสิ่งล้วนเป็นมงคล ทั่วทุกคนควรค้นหา ติดกายยามยาตรา ภัยมิกล้ามาเเพ้วพาน"
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตะกรุด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตะกรุด แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
สวัสดีครับ
เราเป็นรสชาติของน้ำ เราเป็นแสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
เราเป็นคำว่า " โอม " แห่งพระเวททั้งปวง
เราเป็นเสียงในอากาศ
เราเป็นความเป็นคนในคน
(จาก ภควัทคีตา คัมภีร์แห่งผู้ยิ่งใหญ่ โดย
พระอาจารย์ อำนาจ สีลคุโณ แปล )
ยินดีต้อนรับมิตรสหายพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่าน ที่มีความยินดีปรีดาที่จะมาร่วมกันศึกษา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ในเรื่องราวของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัตถุมงคล พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ตะกรุด ของคณาจารย์ผู้เรืองเวทย์และทรงคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างขึ้นด้วยความเข้มขลังแห่งพุทธมนต์อันบริสุทธิ์และคงความศักดิ์สิทธิ์ผ่านยุคสมัยต่าง ๆ ที่มีทั้งยามเจริญรุ่งเรืองและยามศึกสงคราม อันนำมาซึ่งยุคทองและยุคเสื่อมของบ้านเมือง อันเป็นไปตามวัฒจักรของทางโลก ซึ่งท่านได้ใช้เวลาและความเพียรพยายามอดทนฝึกฝนทางจิตอย่างยิ่งยวดในการศึกษาเล่าเรียน และถ่ายทอดวิชากันมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมวิชาจากหลายแขนงมารวมเข้าเป็นวัตถุมงคลแต่ละชิ้น ในพระเครื่องแต่ละองค์ หรือ ตะกรุดแต่ละดอก กว่าจะสร้างขึ้นมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในนั้นมีทั้งร่องรอยของประวัติศาสตร์ ศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์แห่งยุคสมัย ความยากลำบากในการรวบรวมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ขั้นตอนของการดั้นด้นไปฝากเนื้อฝากตัวกับคณาจารย์ต่าง ๆ เพื่อจะขอเรียนวิชาจากท่าน กาลเวลาและความยากลำบากที่ต้องใช้ในการฝึกฝนตนเอง พิธีกรรมที่ต้องตระเตรียม รวมไปทั้งฤกษ์ผานาทีที่ต้องใช้โหราศาสตร์ ในการคำนวน วัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาไว้ป้องกันตัวในยามศึกสงคราม หรือ เพื่อระดมทุนในการสร้างวัดเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา แม้แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ถ้าเป็นพระเครื่องก็อาจมีการบรรจุกรุไว้ให้คนได้กราบไหว้ บูชา จนเวลาผ่านไปหลายร้อยหลายพันปี จึงมีการค้นพบ ก็จะมีเรื่องของคราบกรุต่างๆ ที่ต้องใช้การพิสูจน์หลักฐานเข้ามาร่วมพิจารณา ถ้าเป็นตะกรุด ก็จะมีการนำมาถักเชือกเส้นใยธรรมชาติเป็นลวดลายอันปราณีตวิจิตร แล้วนำไปจุ่มรัก ปิดทอง ล่องชาด เพื่อเป็นการรักษาตะกรุดไว้ให้อยู่ในสภาพดี ตกทอดมาให้ลูกหลานได้บูชา ซึ่งแต่ละสำนัก แต่ละคณาจารย์ก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เมื่อมาศึกษาให้ลึกซึ้งก็จะยิ่งสนุก ที่จะได้ค้นคว้าหาความจริง ว่า พระเครื่ององค์นี้ หรือตะกรุดดอกนี้ แท้ หรือ เก๊ และเป็นของสำนักไหน อายุประมาณเท่าไหร่ พุทธคุณ โดดเด่นในด้านไหน รวมทั้งความสนุกสนานที่จะได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่ชอบเหมือน ๆ กัน
จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อน ๆ ที่ได้เข้ามาอ่าน จะได้รับประโยชน์ตามสมควร
ป้ายกำกับ:
ของขลัง,
เครื่องราง,
ตะกรุด,
พระเครื่อง,
พระเครื่องเอเซีย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)